วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Learning Log (ในห้องเรียน)
ครั้งที่ 8
If Clauses หรือ Conditional Sentences
คือ ประโยคที่มีข้อความแสดงเงื่อนไข (conditions) หรือการสมมุติซึ่งประกอบด้วยประโยคเล็ก 2 ประโยครวมกัน และเชื่อมด้วย conjunction "if"ประโยคที่นำหน้าด้วย if แสดงเงื่อนไข เราเรียกว่า if-clauseและประโยคที่แสดงผลเงื่อนไขนั้น เราเรียกว่า main clause

If it rains , I shall stay at home.
(If-clause) (main clause)
Conditional Sentences แบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ
1.             TYPE ONE เป็นการสมมติถึงเหตุการณ์ในปัจจุบันหรืออนาคต
              แสดงเงื่อนไขที่น่าจะเป็นไปได้ (possible condition)
              เช่น    If he goes to London , he will meet his old friend.
                        ถ้าเขาไปลอนดอน เขาจะได้เจอกับเพื่อนเก่าของเขา
2.              TYPE TWO เป็นการสมมติในปัจจุบันที่บอกความสงสัย (doubt)
               แสดงเงื่อนไขที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ (impossible condition)
               เช่น     If I were you , I would go to study abroad.
                         ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันจะไปเรียนต่างประเทศ
3.             TYPE THREE เป็นการสมมติในอดีต
แสดงเงื่อนไขที่ไม่อาจเป็นไปได้เลย และตรงกันข้ามกับความเป็นจริงในอดีต
         If you had gone to the party last night, you would have met my girlfriend.
         ถ้าคุณไปงานเลี้ยงเมื่อคืน คุณจะได้พบกับแฟนของฉัน

Ø แบบที่ 1  If + Present Simple, Will + V1
วิธีใช้   ใช้กับเหคุการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน เช่น
If I have enough money, I will go to Japan. (ถ้าฉันมีเงิน ฉันจะไปญี่ปุ่น)
             If he is late, we will have to the meeting without him.
             (ถ้าเขามาสาย เราจะต้องเริ่มการประชุมโดยไม่มีเขา)
I won’t go outside if the weather is cold. (ฉันจะไม่ออกไปข้างนอก ถ้าอากาศมันเย็น)
If I have time, I will help you. (ถ้าฉันมีเวลา ฉันจะช่วยคุณ)
If you eat too much, you will get fat (ถ้าคุณกินมากเกินไป คุณก็จะอ้วน)

Ø แบบที่ 2  If + Past Simple, would + V1 (would แปลว่า น่าจะ)
วิธีใช้ ใช้กับเหคุการณ์ที่ตรงข้ามความจริงในปัจจุบัน หรือ อนาคต เช่น
If I knew her name, I would tell you.
(ถ้าฉันรู้ชื่อเธอ ฉันก็น่าจะบอกคุณ) [จริงๆ แล้วไม่รู้จักชื่อเธอ]
She would be safer if she had a car.
(เธอน่าจะปลอดภัยกว่านี้ ถ้าเธอมีรถ) [จริงๆ แล้วเธอไม่มีรถ]
It would be nice if you helped me do the housework.
[มันน่าจะดีถ้าคุณได้ช่วยฉันทำงานบ้านบ้าง] [จริงๆ แล้วเธอไม่ช่วยเลย]
If I were you, I would call her.
(ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันน่าจะโทรหาเธอ) [จริงๆ แล้ว ฉันไม่ได้เป็นคุณ]

If I were you, I would not say that.
             (ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันก็ไม่น่าจะพูดเช่นนั้น) [จริงๆ แล้ว ฉันไม่ได้เป็นคุณ]

Ø แบบที่ 3  If + Past perfect, would have + V3 (Past perfect -> Had + V3)
วิธีใช้ ใช้กับเหคุการณ์ที่ตรงข้ามความจริงในอดีต เช่น
If you had worked harder, you would have passed your exam.
(ถ้าคุณขยันให้มากกว่านี้ คุณก็น่าจะสอบผ่าน) [จริงๆ แล้วสอบตกไปแล้ว]
If you had asked me, I would have told you.
(ถ้าคุณถามฉัน ฉันก็น่าจะบอกคุณไปแล้ว) [จริงๆ แล้วคุณไม่ได้ถาม]
I would have been in big trouble if you had not helped me.
(ฉันน่าจะมีปัญหาไปแล้ว ถ้าคุณไม่ได้ช่วยฉันไว้) [จริงๆ แล้วคุณช่วยฉันไว้]
If I had met you before, we would have been together.
(ถ้าฉันพบคุณก่อนหน้านี้ เราก็น่าจะได้อยู่ด้วยกันไปแล้ว) [จริงๆ แล้วฉันพบคุณช้าไป]

Conditional sentences หรือที่หลายคนรู้จักในนาม if-clause คือ ประโยคเงื่อนไข ประกอบด้วยอนุประโยค (ประโยคย่อย) สองประโยค ประโยคหนึ่งขึ้นต้นด้วยคำว่า If กับอีกประโยคหนึ่งมีหน้าตาเหมือนประโยคสมบูรณ์ทั่วไป สังเกตว่า อนุประโยคสองประโยคนี้สลับที่กันได้ จะยกประโยคไหนขึ้นต้นก็ได้ แล้วแต่การเน้นและความหมาย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น